จากส้มสายน้ำผึ้ง สู่หง่าปิ๊เหย่ — เรื่องราวของโอมากาเสะล้านนา
เราไม่ได้เริ่มต้นจากหง่าปิ๊เหย่ และไม่ได้คิดจะสร้างแบรนด์อาหารด้วยซ้ำ ทุกอย่างเริ่มจากส้มสายน้ำผึ้งและคำว่า "อันนี้แหละ"
เราไม่ได้เริ่มต้นจากหง่าปิ๊เหย่ และจริงๆ แล้ว เราก็ไม่ได้เริ่มต้นจากการคิดว่าจะสร้างแบรนด์อาหารด้วยซ้ำ ทุกอย่างเริ่มจาก "ส้มสายน้ำผึ้ง" ตอนนั้นเรายังเรียนมัธยมอยู่ที่เชียงใหม่ แค่อยากหารายได้เสริมจึงเริ่มรับส้มมาขายให้พ่อค้าแม่ค้าทั่วไป เป็นช่วงเดียวกับที่ Facebook กำลังเข้ามาแทนที่ Hi5 เราเลยคิดง่ายๆ ว่า "ถ้าคนเริ่มมาอยู่บน Facebook แล้ว ทำไมเราไม่ลองเอาส้มไปขายในนั้นดูล่ะ?" นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้าสู่โลกของการขายออนไลน์โดยไม่รู้ตัว
หลายปีต่อมา TikTok เริ่มเข้ามา และมีฟีเจอร์ไลฟ์สด เราชวนแฟนมาลองไลฟ์ขายลำไยอบแห้งด้วยกัน ผลตอบรับดีมากจนลำไยที่มีขายหมด แต่ปัญหาคือ... ลำไยหมด แล้วพรุ่งนี้จะขายอะไร?
"อันนี้แหละ" ครั้งแรก — ไส้อั่ว
วันหนึ่งเราไปกินข้าวบ้านเพื่อน เพื่อนเดินเข้าไปในครัวแล้วหยิบไส้อั่วมาให้ลอง เรากัดไปคำหนึ่งแล้วคิดทันที "อันนี้แหละ" กลับถึงบ้าน เรารีบคุยกับแฟนและเริ่มทดลองทำไส้อั่วกันเอง ปรับสูตรจนได้รสชาติที่ชอบ แล้วเปิด TikTok ช่องใหม่ชื่อ "ไส้อั่ว ญาณัฐ" — "ญา" มาจากญานิกา "ณัฐ" มาจากณัฐภัทร เราเริ่มจากการย่างไส้อั่วสดๆ ให้คนดูผ่านไลฟ์ คนเข้ามาดูมากขึ้นเรื่อยๆ และสินค้าที่เตรียมไว้ก็มักขายหมด จากไส้อั่วหนึ่งอย่าง เริ่มมีน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกตาแดง น้ำพริกแมงดา และอาหารอื่นๆ ตามมา
จากวันแรกที่มีกันเพียงสองคน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันแพ็ก และช่วยกันขาย วันหนึ่งเราหันกลับมาอีกที รอบตัวก็เต็มไปด้วยทีมงานที่เข้ามาช่วยกันดูแลในแต่ละส่วน สิ่งที่เริ่มต้นจากคนสองคนค่อยๆ เติบโตขึ้น จากครัวเล็กๆ สู่ทีมงาน จากการลองขาย สู่การสร้างแบรนด์ และจากแบรนด์เล็กๆ ของเราสองคน สู่การก่อตั้ง "บริษัท โอมากาเสะล้านนา จำกัด"
ทำไมต้อง "โอมากาเสะล้านนา"
ชื่อ "โอมากาเสะล้านนา" เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่อยากให้แบรนด์มีตัวตนชัดเจนขึ้น "Omakase" เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่สื่อถึงการมอบความไว้วางใจให้ผู้ทำเป็นคนเลือกและจัดสิ่งที่ดีที่สุดให้ ส่วน "ล้านนา" คือบ้านของเรา คือเชียงใหม่ และคือรากของอาหารที่ทำให้เราเริ่มต้นเส้นทางนี้
ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สินค้าขายดีจนหลายครั้งเราผลิตกันแทบไม่ทัน แต่มีเรื่องหนึ่งที่เราไม่เคยคิดมาก่อน... ยิ่งขายดี เรากลับยิ่งเหนื่อย และกำไรก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น เพราะสินค้าของเราเป็นอาหารสด อายุสั้น หากลูกค้าไม่รับสาย พัสดุเดินทางนาน หรือสินค้าถูกตีกลับ ของที่ผลิตมากับมืออาจกลายเป็นของเสียทั้งหมดภายในไม่กี่วัน ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่า "ขายดี" คือความสำเร็จ แต่วันนั้นทำให้เราเรียนรู้ว่า ขายดี ไม่ได้แปลว่าธุรกิจจะอยู่รอดเสมอไป
"อันนี้แหละ" ครั้งที่สอง — หง่าปิ๊เหย่
เราจึงเริ่มมองหาสิ่งใหม่ จนวันหนึ่ง คำตอบกลับอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด แม่บ้านชาวพม่าที่บ้านของเรา มักนำปลาร้ามาต้มและปรุงรสตามแบบของเธอ วันหนึ่งเธอทำเสร็จพอดีกับตอนที่เรากำลังกินข้าว เราจึงขอลองชิม คำแรกที่เข้าปากทำให้เราตาเป็นประกาย ความคิดเดิมที่เคยเกิดขึ้นตอนชิมไส้อั่วกลับมาอีกครั้ง "อันนี้แหละ"
เรานำไอเดียนั้นมาศึกษาและทดลองสูตรใหม่ในแบบของเรา ปรับรสชาติให้ถูกปากมากขึ้น ทดลองแล้วทดลองอีก จนกลายเป็น "หง่าปิ๊เหย่" ในแบบของโอมากาเสะล้านนา เราเริ่มนำเสนอด้วยวิธีกินที่เราชอบที่สุด ข้าวสวยร้อนๆ ราดหง่าปิ๊เหย่ลงไป คลุกและขยำให้ทั่ว กินกับไข่ต้มและผักลวก เผ็ด เค็ม นัว และมีกลิ่นรสเฉพาะตัว เป็นความรู้สึกที่มีบางอย่างคุ้นเคยกับลิ้นคนไทย เหมือนพริกน้ำปลาหรือน้ำพริกที่เราชอบราดข้าว แต่ขณะเดียวกันก็มีรสชาติในแบบของตัวเอง
คนที่เห็นเริ่มสงสัย จากสงสัยกลายเป็นอยากลอง จากคนที่ลอง เริ่มมีคนกลับมาซื้ออีก และหง่าปิ๊เหย่ก็ค่อยๆ กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของโอมากาเสะล้านนา
มาตรฐานที่กินได้อย่างมั่นใจ
วันนี้เราไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำของให้อร่อย เรายังต้องการให้ของทุกชิ้นที่ส่งออกจากเรา เป็นของที่ลูกค้ากินได้อย่างมั่นใจ เราจึงพัฒนาสินค้าและกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน มีเลขสารบบอาหารจาก อย. และได้รับการรับรองฮาลาล เพราะเราเชื่อว่าอาหารหนึ่งขวด ไม่ควรมีเพียงเรื่องของ "รสชาติ" แต่มันควรมีทั้งเรื่องราว ความตั้งใจ มาตรฐาน และความไว้วางใจอยู่ในนั้นด้วย
บทต่อไป
ถ้าถามว่า "หง่าปิ๊เหย่" คือปลายทางของโอมากาเสะล้านนาหรือเปล่า? สำหรับเรา นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอีกบทหนึ่งเท่านั้น เพราะตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เราไม่เคยรู้เลยว่าสินค้าตัวต่อไปจะเกิดขึ้นจากอะไร ครั้งหนึ่งมันเคยเกิดจากไส้อั่วชิ้นหนึ่งในครัวบ้านเพื่อน อีกครั้งมันเกิดจากปลาร้าหม้อหนึ่งในบ้านของเรา และในวันข้างหน้า... อาจเป็นซอสขวดใหม่ อาหารจานใหม่ หรือรสชาติบางอย่างที่เรายังไม่เคยทำมาก่อน
สิ่งที่เรารู้คือ ถ้าวันหนึ่งเราได้พบอะไรที่กินแล้วรู้สึกว่า "อันนี้แหละ" เราจะนำมันกลับมาศึกษา ทดลอง และพัฒนาในแบบของโอมากาเสะล้านนาอีกครั้ง จากส้มสายน้ำผึ้ง สู่ลำไยอบแห้ง จากไส้อั่ว สู่หง่าปิ๊เหย่ และเรื่องราวของเรายังไม่จบตรงนี้ เพราะเราเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า... "ของอร่อยอย่างต่อไปของโอมากาเสะล้านนา จะเป็นอะไร?"
ฝากติดตามบทต่อไปของเรา บางทีสินค้าตัวต่อไปที่คุณได้ลอง อาจเริ่มต้นจากคำง่ายๆ คำเดิมของเราอีกครั้ง "อันนี้แหละ"
อยากลองหง่าปิ๊เหย่?
ชุด 2 ขวด 145 บาท ส่งฟรี ปลายทางไม่บวกเพิ่ม


